bbfic: A Story @ 2AM

posted on 20 Nov 2011 23:34 by monolopii  in Fiction

Title: A Story @ 2AM

Author: mno.

Fandom: BIGBANG 

Paring: Choiseunghyun n’ Kwonjiyong 

Genre: Yaoi

Rate: PG-15

Author's Note: ฟิกเก่า(มาก)แล้ว..

 

------------------


 

 

  

 

 


 

 

ตีสอง...

 

ในเวลาแบบนี้คนส่วนใหญ่คงจะนอนสบายอยู่บนเตียงนอนนุ่มๆในห้องที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำกันหมดแล้ว โดยเฉพาะคนจำพวกอย่างเขาที่นานๆทีจะได้มีเวลาพักผ่อนยาวๆแบบนี้  เตียงนุ่มกับแอร์เย็นฉ่ำงั้นเหรอ... ควอนจียงก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ แค่เปลี่ยนจากเตียงนอนนุ่มๆเป็นเก้าอี้แข็งๆที่นั่งนานๆแล้วชวนปวดหลังก็พอ

 

ร่างบางทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยอ่อน ดวงตาเรียวทอดมองสมุดลวดปกสีฟ้าอ่อนบนโต๊ะพลางยิ้มมุมปาก... ที่จริงก็เร็วกว่าที่เขาคิด...  มือบางยกขึ้นขยี้กลุ่มผมสีน้ำตาลก่อนกระชับฮู้ดดี้สีขาว ลุกจากโต๊ะริมหน้าต่างออกไปที่ห้องครัวด้านนอก

 

จียงคว้าขวดนมขวดไม่ใหญ่นักในตู้เย็นมายกขึ้นดื่ม จริงๆแล้วเขาชอบกินนมอุ่นๆมากกว่าเพราะจะทำให้หลับสบาย แต่เขาตัดสินใจแล้วว่าคืนนี้จะไม่นอน  เสียงเปิดประตูบ้านดังขึ้นเบาๆเรียกความสนใจจากร่างบางให้หันมองตามเสียง ร่างของพี่ใหญ่ปรากฏที่กรอบประตูบ้าน จียงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยพลางเหลือบมองนาฬิกาสีแดงบนชั้นในห้องนั่งเล่นรวม

 

ตีสอง?

 

“ไปเที่ยวมาหรือไง?”

 

“ทำไมยังไม่นอนอีก?”

 

“ฉันถามก่อน”

 

ซึงฮยอนยักไหล่พลางถอดเสื้อโค้ทพาดบนเคาท์เตอร์ใกล้ๆ

 

“กองเลิกตอนตีหนึ่ง”

 

“อ้อเหรอ”  ลากเสียงยาวซะจนตัวเองยังนึกหมั่นไส้เองนิดๆ

 

“ทำไมยังไม่นอน?”

 

“ฉันแต่งเพลง”

 

ตอบคำถามพลางเก็บขวดนมเข้าตู้เย็นเหมือนเดิม จียงหันมองซึงฮยอนสลับกับเสื้อโค้ทบนเคาท์เตอร์ก่อนคว้ามาพาดไว้ที่แขน  ดวงตาคมของร่างสูงมองตามแต่ก็ไม่ได้ถามอะไร

 

“เดี๋ยวก็ลืม…”  ชิงตอบเสียงเบาทั้งๆที่อีกฝ่ายก็ยังไม่ได้ถาม

 

“นี่  จียง...”

 

“หือ?”

.

.

.

.

“ขอกอดหน่อยสิ”

 

จียงผงะถอยไปสองก้าวครึ่งทันทีที่ได้ยินความประสงค์ของคนตรงหน้า

 

“เป็นบ้าอะไรเนี่ย?!”  พยายามกดเสียงให้เบาที่สุดเพราะกลัวอีกสามคนในบ้านจะสะดุ้งตื่นขึ้นมาซะก่อน

 

“กอดหน่อย...”

 

ดวงตาเรียวหรี่มองเข้าไปในนัยต์ตาคมของคนตรงหน้า ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าหวังจะได้เจอแววตาแบบไหน.. แต่ที่รู้ๆไม่ใช่แววตาแบบนี้แน่ๆ  แววตาขี้เล่นของเชวซึงฮยอนหายไปไหนกันนะ....

 

จียงวางเสื้อโค้ทสีน้ำตาลอ่อนไว้ที่เดิม ยกสองแขนบางขึ้นโอบรอบคอร่างสูงก่อนเกยคางลงบนไหล่หนา เขารู้สึกถึงวงแขนแกร่งที่โอบรอบเอวกับใบหน้าคมที่ซบอยู่บนบ่า

 

“เหนื่อยหรือไง?”

 

“อืม…”

 

“เอาน่า….”

 

.

.

.

“กอดกันแล้วก็หายเหนื่อยได้แล้ว”

 

 

 

 

 

 

ตีสอง...

 

วันนี้จียงไม่ได้โหมแต่งเพลงจนดึกดื่น หรือทำอะไรเพลินจนลืมเวลามาขนาดนี้ เขานอนหลับเป็นตายตั้งแต่สามทุ่มแล้วด้วยซ้ำ แต่เพราะอะไรก็ไม่รู้อยู่ดีๆก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาตอนตีสองซะได้ แล้วนอนยังไงก็นอนไม่หลับ ลุกขึ้นมานั่งแล้วก็ล้มตัวลงนอนไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ สุดท้ายก็ตัดสินใจเดินออกจากห้องมาพึ่งนมอุ่นจนได้

 

ร่างบางยืนมองนมขวดเดิมพลางเกาหัวเบาๆ  จียงสงสัยจริงๆว่าทำไมตัวเองยังกินไม่หมดเสียที ขวดก็ไม่ได้ใหญ่อะไรมากมาย ซื้อมาก็เกือบๆจะอาทิตย์นึงแล้วด้วยซ้ำ เขากลัวว่าที่จะหมดก่อนจะเป็นอายุของนมขวดนี้น่ะสิ

 

มือเรียวโยนขวดนมเข้าตู้เย็นพลางผลักประตูตู้ปิด พร้อมๆกับที่เสียงประตู้บ้านดังขึ้นเบาๆ จียงไม่ได้เลิกคิ้วสงสัยหรือหันไปสนใจอะไรอย่างคราวแรก  ในเวลาแบบนี้จะมีใคร...

 

 

“อะไรดลใจนายเนี่ย...”

 

ซึงฮยอนไม่ได้สนใจเสียงดุเบาๆของจียง มือหนาพยายามถอดสูทตัวนอกและปลดเนกไทออกก่อนล้มตัวลงนอนบนโซฟา จียงยืนมองร่างสูงที่พยายามใช้นิ้วโป้งเท้าถอดถุงเท้าทั้งสองข้างกับสองมือที่พยายามปลดสายนาฬิกาและเหล่าเครื่องประดับต่างๆออกอย่างทุลักทุเล เสียงถอนหายใจแรงๆของจียงดูจะไม่เข้าไปกระทบประสาทส่วนไหนของซึงฮยอน จียงก้าวเท้าไปหยุดยื่นอยู่ข้างโซฟายกมือขึ้นเคาะที่โต๊ะกระจกใกล้ๆเรียกให้อีกคนลืมตาขึ้นมามอง ใบหน้าเรียวก้มลงต่ำจนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นเหล้าลอยแตะจมูกทำให้จียงเบ้หน้าเล็กน้อย

 

“พรุ่งนี้มีงานเช้า ห้ามเบี้ยว ห้ามสายเด็ดขาด”

 

ตั้งท่าจะเดินกลับเข้าห้องแต่ก็ถูกมือหนาฉวยข้อมือไว้เสียก่อน จียงเหวี่ยงหน้ามามองอย่างหัวเสีย

 

“อะไรอีก?”

 

 

 

 

“กอดหน่อย…”

 

คราวนี้จียงไม่รอดูหรือหวังจะเห็นหรือไม่เห็นแววตาอะไรของซึงฮยอนแล้วทั้งนั้น เสียงแหลมตวาดลั่นแบบไม่กลัวสักนิดว่าจะทำให้สมาชิกที่เหลืออีกสามคนสะดุ้งตื่นขึ้นมาหรือไม่  เพราะจียงไม่ชอบคนเมาหัวทิ่มแบบนี้ ถึงเขาจะกินเหล้าไม่แพ้ซึงฮยอนแต่ก็ไม่เคยเมาแบบโง่ๆอย่างที่ไอ้นี่เป็นบ่อยๆแบบวันนี้

 

 

 

 

“ไปตายซะไป!!!”   …….ตายไปแบบโง่ๆอย่างนี้เนี่ยแหละ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตีสอง...

 

พูดจริงๆก็ตีสองกว่าแล้ว จียงยังคงมานั่งซดนมขวดเดิมอยู่บนขอบระเบียงอยู่เลย ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงนอนไม่หลับ ช่วงนี้เขาเป็นอะไรกับเข็มสั้นและเข็มยาวที่ชี้ตรงเลขสองกับสิบสองมากก็ไม่รู้ ...แล้วก็ไอ้มนุษย์ตัวสูงลิ่วที่นอนตายอยู่ในห้องนั่นด้วย

 

.... ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม

 

ใบหน้าเรียวเงยมองท้องฟ้าสีดำสนิทที่ทั้งไร้ดาวและดวงจันทร์  จียงเบะหน้าเล็กน้อย...

 

 

“ไอ้แผ่นสีดำข้างบนนั่น มันมีอะไรดีนักหรือไง?”

 

หันมองเจ้าของเสียงทุ้มที่มายืนเกาะระเบียงอยู่ข้างๆก่อนจะเงยมอง ‘แผ่นสีดำ’ ที่ซึงฮยอนว่า

 

“ก็สวยบ้าง บางเวลาน่ะนะ…”

 

เสียงหัวเราะต่ำๆลอยมาตามลม จียงเหล่มองร่างสูงข้างๆที่โน้มตัวเอาคางเท้ากับราวระเบียง ก่อนจะเอาขวดนมในมือเคาะหัวซึงฮยอนเบาๆ

 

“วันนี้ไม่มีดาว แถมพระจันทร์ก็ขี้เกียจอีกล่ะ”

 

“เดี๋ยวเช้าๆก็โผล่มาเองแหละน่า พระจันทร์น่ะ เดี๋ยวตื่นมาดูเป็นเพื่อนก็ได้”

 

“ก็ตอนนี้มันไม่มี”

 

ซึงฮยอนแอบยิ้มกับนิสัยของจียงที่ชอบทำตัวดื้อด้านกับอะไรที่มันปัญญาอ่อนแบบนี้ จริงๆแล้วอาจจะปัญญาอ่อนสำหรับเขาคนเดียวก็ได้…  ร่างสูงตวัดแขนยาวรวบเอวอีกคนลงมาจากราวระเบียงเล็กๆที่เห็นจียงไปนั่งทีไรต้องเสียวแทนทุกที ก็รู้ว่าทำบ่อยจนชิน แต่เกิดพลัดตกลงไปก็คงจะไม่ดีสักเท่าไหร่ พอพาลงมาได้ก็จัดการรวบตัวมากอดไว้ซะเลย  คนในอ้อมแขนดิ้นขลุกขลักอยู่สักพักก่อนจะนิ่งไป  แต่จียงก็ไม่ได้ยกสองแขนขึ้นกอดตอบอยู่ดี

 

“มากอดอะไรเนี่ย...”

 

“นี่  จียง..”

 

“อะไรเล่า?!”   ซึงฮยอนรู้ดีว่ายิ่งเสียงเหวี่ยงมากเท่าไหร่ จียงก็ยิ่งเขินมากเท่านั้น

 

“ดาวน่ะ ถึงเราไม่เห็นแต่ก็รู้เสมอว่ามันมีใช่ไหมล่ะ?”

 

“อืม...”  เสียงที่อู้อี้อยู่แล้วยิ่งเบาลงกว่าเดิม พร้อมกับใบหน้าที่เบียดซุกลงบนอกกว้างมากขึ้น

 

“....ก็เหมือนฉันนั้นแหละรู้ใช่ไหม?”

 

“รู้แล้วน่า”

 

ร่างบางในอ้อมแขนขยับอย่างไม่สบายตัว แต่ซึงฮยอนจะขอคิดเอาเองว่าจียงกำลังเขินอยู่ ลมกลางคืนที่พัดมาทำให้ร่างสูงต้องกระชับวงแขนมากขึ้น

 

จียงรู้ดีว่าตอนกลางคืนลมที่พัดมาแต่ละทีมันทำให้หนาวมากขนาดไหน แต่พอมาอยู่อย่างนี้ก็อุ่นไปอีกแบบเหมือนกัน... พยายามจะซุกใบหน้าเข้าไปในอ้อมกอดมากกว่าเดิม...

 

ซึงฮยอนยกมือหนาขยี้กลุ่มผมสีน้ำตาลของจียงด้วยความหมั่นเขี้ยว

 

“เหมือนกันใช่ไหม?”

 

“..อืม...ก็อยู่นี่แล้วไง ไม่ไปไหนหรอกน่า...”

 

จียงรู้สึกว่าเสียงตัวเองเบาลงกว่าปกติ ความง่วงที่ไม่ได้สัมผัสมานานค่อยๆคลืบคลานเข้ามาช้าๆ

 

“ง่วงแล้ว...”

 

“ให้พาไปนอนไหมเนี่ย?”  ซึงฮยอนพยายามที่จะไม่ขำกับท่าทางงัวเงียจะหลับมิหลับแหล่ของจียงในตอนนี้

 

“อืม...”

 

“ห้องไหน ห้องฉันหรือห้องนาย”

 

“ก็ต้องห้องฉันสิ ถามอะไรโง่ๆ”

 

ก็ปกติชอบด่าเขาอย่างนั้นอยู่แล้วนี่ ซึงฮยอนแอบน้อยใจนิดๆแต่ก็ยอมพาจียงมาที่ห้องอยู่ดี พอวางจียงลงบนเตียงได้ก็จัดการดึงผ้าห่มมาห่มให้อย่างทุกที ตั้งท่าจะเดินออกจากห้องแต่ก็โดนคนบนเตียงที่ละเมอไม่รู้เรื่องมาดึงแขนเอาไว้ซะก่อน ร่างสูงยิ้มบางๆก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งที่พื้นข้างเตียง

 

“ราตรีสวัสดิ์นะจียง”

 

 

 

 

 

 

 

 

ตีสอง...

 

จียงหวังว่านี่จะเป็นวันสุดท้ายที่ตัวเองจะนอนดึกแบบนี้ วันหยุดสี่วันแทนที่จะได้นอนแบบเต็มอิ่มกลับต้องมาทำอะไรบ้าๆตั้งมากมายตอนตีสอง จียงหงุดหงิดมากที่ตัวเองตื่นสายกว่าซึงรี และที่หงุดหงิดที่สุดคือเขาตื่นสายกว่าซึงฮยอน!! ทั้งๆที่เข้านอนก็พร้อมๆกันแท้ๆ แล้วปกติจียงไม่ใช่คนขี้เซาอะไรมากมาย แต่กลับตื่นสายกว่าไอ้คนที่ขี้เกียจเป็นที่หนึ่งอย่างเชวซึงฮยอนได้ยังไงกัน?!

 

ควอนจียงหงุดหงิดตั้งแต่สิบโมงยันตีสอง..

 

 

“เมื่อไหร่จะกลับมาสักทีเนี่ย...”

 

บ่นงึมงำกับตัวเองอยู่บนโซฟาในห้องรับแขกมืดๆ เรื่องนี้จียงก็หงุดหงิดเหมือนกัน ให้ตายสิ เขาไม่ค่อยจะเข้าใจตัวเองเท่าไหร่ว่าทำไมต้องมานั่งรอเชวซึงฮยอนกลับบ้านแบบนี้ด้วย มันเหมือน...

 

ช่างเหอะ

 

ถ้าไม่ใช่ว่าตอนสายก่อนซึงฮยอนจะออกไปทำงานจียงไม่บังเอิญไปได้ยินซึงฮยอนกับพี่ผู้จัดการคุยกันเข้า ป่านนี้เขาคงนอนสบายอยู่บนเตียงนอนนุ่มๆในห้องไปแล้วล่ะมั้ง...

 

จียงคิดว่าคนที่รู้เรื่องที่ซึงฮยอนออกไปกินเหล้าเมาหัวทิ่มแบบโง่ๆเมื่อวันก่อนมีเขาคนเดียวเสียอีก จียงได้ยินพี่ผู้จัดการคิมที่เคารพรักทั้งด่าทั้งว่าซึงฮยอน  ไม่ใช่ว่าจียงไม่เคยเห็นหน้าสลดๆแบบนั้น แต่เป็นดวงตาคมที่อ่อนแรงเหลือเกินมากกว่า...

 

วันหยุดสี่วันที่พวกเราบิ๊กแบงได้ ดูเหมือนว่าจะมีเชวซึงฮยอนคนเดียวที่ไม่ได้รับมัน

 

 

เพราะงั้นควอนจียงถึงต้องมานั่งรอเชวซึงฮยอนกลับบ้านอยู่ตรงนี้

 

 

 

เป็นห่วงเหรอ?......  จะคิดงั้นก็ได้

 

 

 

เสียงเปิดประตูบ้านดังขึ้นเบาๆทำให้จียงแทบลุกพรวดจากโซฟา และทันทีที่สบตากันกับคนที่เพิ่งเข้ามาใหม่ จียงก็แทบห้ามตัวเองไม่ให้เข้าไปเขย่าตัวซึงฮยอนแทบไม่ทัน  เขาไม่เข้าใจว่าทำไมซึงฮยอนต้องทำสายตาอิดโรยแบบนั้นด้วย

 

ร่างสูงก้มลงวางถุงกระดาษที่ใส่อะไรสักอย่างไว้ข้างประตูก่อนจะเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า  ซึงฮยอนรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเขาจะมีสติแค่ว่าต้องวางถุงนั่นลงแค่นั้น เพราะแม้แต่รองเท้าคู่โตตัวเขาเองยังไม่ใส่ใจที่จะถอดมันด้วยซ้ำไป  รู้ดีว่าวันพรุ่งนี้ต้องโดนซึงรีกับแดซองด่าแน่ๆ แต่ตอนนี้เชวซึงฮยอนไม่สนใจแล้วจริงๆ

 

มันทั้งเหนื่อย ทั้งล้าไปหมด

 

จียงแสร้งหลบสายตาคนตรงหน้าที่ทอดมองลงมา สองแขนกางออกก่อนอ้อมแอ้มถามเสียงเบา

 

“กอดกันไหม?”  พูดจบก็ช้อนตามองร่างสูงที่ไม่ตอบอะไรนอกจากโน้มใบหน้าลงมาซบลงบนบ่าเล็ก  จียงวางมือบนแผ่นหลังกว้างก่อนตบเบาๆ

 

“ไม่เอา ไม่ร้องน่า…”

 

จียงไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่เห็นซึงฮยอนร้องไห้ ปกติหมอนี่ก็เป็นคนแบบนี้อยู่แล้ว เสียใจก็ร้องไห้ เหนื่อยก็ร้องไห้ มีความสุขก็ร้องไห้  ไม่ว่าจะมีอะไรถ้ามันกระทบกระเทือนจิตใจเข้า ซึงฮยอนก็เลือกที่จะระบายออกมาทางน้ำตาทั้งนั้น... แต่ก็ต้องเป็นอารมณ์ที่ถึงที่สุดจริงๆ

 

อย่างเช่นตอนนี้  จียงรู้ดีว่าซึงฮยอนเหนื่อยมากขนาดไหน

 

ผู้ชายที่อยู่ตรงนี้ไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายหรือสะอึกสะอื้นตัวสั่นอย่างที่คนอื่นเป็น ซึงฮยอนแค่ซบหน้าลงบนบ่าของจียง แล้วปล่อยให้น้ำตาไหลซึมผ่านไปเท่านั้น  เขาไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่เวลาเห็นน้ำตาของซึงฮยอน เขารู้ดีว่าบางทีการระบายที่ดีที่สุดเวลาเหนื่อยหรือเสียใจมากๆก็แค่ร้องไห้ออกมาเสียงดังๆแบบไม่ต้องอายใครแค่นั้นก็พอ  ถึงจะรู้อย่างนั้น มันก็ยังห้ามไม่ให้แอบคิดอะไรเล็กๆในใจไม่ได้…

 

 

“นี่ ซึงฮยอน คิดถึงเทมโปบ้างหรือเปล่า?”  คิดถึงช่วงชีวิตสบายๆที่เป็นอิสระ อยากไปไหนก็ไป อยากทำอะไรก็ทำ ไม่มีข้อผูกมัดอะไรบ้างหรือเปล่า...

 

“ไม่หรอก... เป็นเทมโป ก็ไม่มีจีดราก้อนน่ะสิ”

 

“.....”

 

“.....”

 

“.....เลี่ยนว่ะ”

 

ถึงกอดกันแบบนี้จะไม่เห็นหน้า แต่ซึงฮยอนก็รับรู้ได้ว่าจียงคงจะหน้าแดงแล้วก็ยิ้มจนจมูกบาน

 

“ทนได้อีกนานไหม?”

 

“เหลือเฟือ”

 

“ถ้างั้นก็อย่าร้องไห้ดิ”

 

“ใครว่า... นั่นน้ำลายต่างหาก”   

 

และถึงแม้จะกอดกันอยู่แบบนี้ จียงก็รู้ดีว่าซึงฮยอนคงจะยิ้มซะจนตีนกาขึ้นเต็มไปหมดแล้วเหมือนกัน

 

มือบางยกขึ้นขยี้ผมสีดำของซึงฮยอนแรงๆจนคนที่โดนกระทำต้องโวยออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะต่ำๆทำให้จียงรู้ว่าซึงฮยอนคงสบายใจมากขึ้นแล้ว คลียิ้มบางก่อนเลื่อนแขนไปโอบรอบคอร่างสูง

 

“.......อย่าเป็นอย่างนี้อีกล่ะ”

 

“ขอโทษ”

 

“ฉันพร้อมที่จะกอดนายเสมอเมื่อนายเหนื่อย แล้วก็พร้อมที่จะเตะนายเสมอเมื่อนายทำตัวงี่เง่า”

 

“.......”

 

“ฉันอยู่กับนายเสมอ แม้นายจะมองไม่เห็น”

 

.

.

.

.

“ซึ้งนะเนี่ย  จียง”

 

“เงียบน่า...”

 

จียงพยายามซ่อนใบหน้าแดงฉ่าของตัวเองลงบนบ่ากว้างของซึงฮยอน เสียงหัวเราะอึกอักในลำคอทำให้จียงยิ่งรัดวงแขนมากเข้าไปอีก

 

“ไม่เอาแล้วนะ คราวหลังไม่พูดแล้ว”

 

“อืม.. ครั้งเดียวก็พอแล้ว”

 

 

 

“ขอบคุณนะจียง”

 

.

.

.

.

 

 

 

 

 

 

the end

 

 

(ธีมใหม่..<3)